คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

2551-06-11

คู่มือมนุษย์

หนังสือ...คุณค่าของมันไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า คุณได้อะไรเมื่ออ่านมัน
วันนี้ ผมอยากแนะนำให้คุณอ่านหนังสือธรรมะ อ้าว อย่าพึ่งทำหน้าตาเบื่อๆออกมาสิ เล่มที่จะแนะนำไม่ได้มีคำบาลี สันสฤตอะไรมากมาย ภาษาที่ใช้ก็เป็นคำพูดที่ง่ายและน่าคิด
หนังสือที่ว่าคือ หนังสือคู่มือมนุษย์ ของท่าน พุทธทาสภิกขุ
ผมเป็นคนหนึ่งที่ยอมรับว่าไกลวัดมากๆ ไม่ค่อยได้ไป ไม่รู้จะไปทำอะไร แต่เวลาที่เกิดความรู้สึกขัดข้องใจในชีวิต ท้อแท้ ผมก็พยายามไขว้คว้าหาหลักยึด ยอมรับว่าซื้อหนังสือเกี่ยวกับธรรมมะก็หลายเล่ม ไม่เคยอ่านได้เกิน 2-3 หน้าเลย แต่แปลก สำหรับคู่มือมนุษย์ของท่านพุทธทาส ผมกลับอ่านได้จนจบเล่ม ด้วยความรู้สึกว่า เป็นแนวคิดที่น่าจะนำมาปฏิบัติในชีวิต
แก่นสำคัญของเรื่องคือ ความว่าง ความไม่มีอะไร ไม่มีตัวกู ของกู หรือภาษาพระก็ว่า สุญญตา
เอ้อ ฟังเหมือนง่าย แต่เวลาคิดตาม ทำยากชะมัด
ไอ้ที่จริงคนเรานี้ทุกข์เพราะเราไปยึดมั่นว่า เอ้อ อันนี้ของฉันนะ อย่ามายุ่งนะ พอเจ้าอันนี้ของฉันสูญไป ก็มาเสียดมเสียดาย จะเป็นจะตายเอา เป็นธรรมดา จริงไหม แล้วนี้อะไร ท่านพุทธทาส กลับสอนว่า ไม่มีอะไรน่าเอา น่าเป็น
ชีวิตที่ดิ้นรนอยู่ ก็เพื่อแสวงหาสิ่งของเพื่อมาดับความอยากได้ใคร่มี ไม่ใช่หรือ
อ่านไปก็คิดไปด้วยว่า คำสอนนี้เหมือนเปิดหน้าต่างของเราให้เจอกับ หนทางใหม่ที่จะทำให้ชีวิตนี้มีความสุข
ลองมาคิดเล่นๆ สมมติว่า เราอยากจะร่ำจะรวยเป็นเศรษฐี เอาสิ ก็พยายามหาเงินหาทอง ต่อสู้ บางทีต้องเหยียบหัวคนอื่นเพื่อจะได้สูงขึ้น บางครั้งต้องโกหก หลอกลวง เพื่อจะได้มาเพื่อเงินตรา เหนื่อยยากลำบากแค่ไหน
จำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นในกระเป๋า มีความสัมพันธ์กับความสุขหรือเปล่า
ถ้าถามผมวันนี้ ผมว่า ก็ไม่ค่อยแน่ใจ เหมือนกัน แต่ สมมติว่า เราคิดได้อยากในหนังสือ ไม่มีของกู ไม่มีตัวกู อะไรก็ไม่น่าเอา น่าเป็น เอ้อ แบบนี้ ผมว่า ถ้าทำได้จริงๆ มีความสุขแน่นอน
ผมยอมรับครับว่า ผมนะห่างไกลจากคำสอนของท่านพุทธทาสเยอะ ผมยังอยากเป็น อยากมีอยู่มาก
มีช่วงหนึ่ง คำสอนของท่านพุทธทาสทำให้ผมรู้สึกสับสนในชีวิต
ในทางโลก คนเราก็น่าจะมีสิ่งที่เรียกว่า ความทะเยอทะยาน หรือ Ambition ผมเองมีความทะเยอทะยานที่จะเป็น ดร. ทะเยอทะยานที่อยากจะมีแฟนสวยและเก่ง ทะเยอทะยานที่จะเป็นคนหุ่นดี หล่อ ทะเยอทะยานที่อยากจะมีชื่อเสียง เกียรติยศ
ความทะเยอทะยาน หรือ ความหวัง มันเป็นน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต
แล้วนี้ ท่านพุทธทาสกลับบอกว่า ไม่มีอะไร น่าเอาน่าเป็น มันยังไงกันแน่
ผมงงกับคำสอนนี้...
แต่พอนานเข้า ผมก็เริ่มคิดว่า เอ้อ คำสอนของท่านมันจริงแท้ ก็ไอ้ความทะเยอทะยานนี้ไม่ใช่หรือ ที่เหมือนเป็นกิเลสที่เผาเราให้จมลงไปกับความทุกข์
หากยิ่งยึดมั่นมากเท่าไร ทุกข์ก็มากขึ้นเท่านั้น
แต่ผมเองก็เห็นว่า ท่านคงไม่ได้ให้คนเราหมดความฝัน เพียงแต่ ให้เราหันไปมองอีกด้านหนึ่งของเหรียญว่า เจ้าสิ่งที่เราฝันนั้น ไม่ได้มีแต่สิ่งที่สวยงามเสมอไป ยามใดที่เราสูญเสียสิ่งนั้น ก็อย่าไปตีโพย ตีพาย เสียอก เสียใจ อะไรมากมาย
เพราะถึงยังไง สิ่งต่างๆเหล่านั้น มันก็ไม่ใช่ของเรา
อะ ลองอ่านดูเถอะนะครับ ผมมีเล่มละราคาแค่ 20 บาท แต่เนื้อหาคุ้มค่ากว่าหนังสือราคาแพงๆ เป็นพัน เป็นหมื่น
อ่านแล้วอ่านอีก คิดแล้วคิดอีก ก็เกิดปัญญา
เป็นเหมือนแสงเทียนที่ส่องทางในยามมืดมิด
อ่านได้แม้แต่ในยามสุข ไม่จำเป็นต้องทุกข์ก่อนแล้วค่อยมาอ่าน

ไม่มีความคิดเห็น:

มีเรื่องชวนขนลุกมาฝากค่ะ บรื๋อออ...

มีเรื่องชวนขนลุกมาฝากค่ะ บรื๋อออ...
คลิ๊กที่ข้อความเพื่อดูภาพจะๆ

ทีมอัพเดตบล็อก