คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

2551-06-11

วัดคุณค่า..ไม่ใช่มูลค่า

คุณค่า..เปล่าไม่ใช่เรื่องมูลค่า สองอย่างนี้แม้มันจะดูสับสนวุ่นวาย แต่มันก็ต่างกันลิบ....
ผมว่าทุกคนมักจะเสียเวลาทำอะไรอย่างหนึ่ง ที่ทำแล้วมีความสุขที่จะทำ แม้มันจะไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้งอกเงยขึ้นมาก็ตามที หากเอามูลค่ามาวัด ดูมันเป็นเรื่องไร้สาระที่เสียเวลาไปกับมัน แต่ผมว่าทุกคนคงไม่วัดทุกสิ่งทุกอย่างด้วยมูลค่าหรอกนะ ไม่งั้นโลกนี้คงจะไม่ค่อยน่าอยู่เท่าไร
เวลาเราเดินชอปปิ้ง หลายคนคงจะมองดูที่ราคาว่าเท่าไร บางครั้งเราใช้ราคานั้นวัดคุณค่าของของที่จะซื้อ มากกว่าที่จะดูตัวมันก่อนแล้วค่อยไปดูที่ราคา ถึงกับบางคนบอกว่า ของดี ราคาถูกไม่มี... เห็นไหม นี้แหละตัวอย่างของการวัดด้วยมูลค่า
ก็ไอ้ด้วยคตินิยมแบบนี้ แทนที่เราจะสนใจในเนื้อในของสิ่งหนึ่ง ว่ามีสาระประการใดหรือไม่ เรากลับใช้วิธีที่ผิวเผินกว่านั้น ด้วยเอามูลค่าของๆนั้นมาวัด มันง่าย มันเทียบได้ แต่นั้นกลับดูจะตื้นเขินเกินไป จนทำให้ชีวิตไร้สุนทรียรสไปเลยทีเดียว
อย่างงานศิลปะเช่น ภาพวาด เดี่ยวนี้มันไม่ดูหรอกครับ การลงสี การเล่นเงา การสื่อความหมาย โอ๊ย มันดูยาก เอาง่ายๆดีกว่าว่า มันราคาเท่าไรนะ ถ้าแพงละก็ มันก็เติมไปด้วยศิลปะที่ดูเปรอะเปื้อนไปหมด
งานเขียนละ ไหนใครได้ Top sellers อ้อไอ้หนังสือประเภทเผยความลับผู้ชาย ให้ร้ายผู้หญิง อุแหม่เจ้า มันช่างเลอะเทอะไปด้วยความละเมียดละไมทางภาษาเสียจริงๆ ทำให้ผู้เขียนกลายเป็นนักเขียนระดับประเทศ ชนิดที่ครูๆ อย่าง ชาติ กอบจิตติ ทมยันตี หรือ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ต้องเขินอายไปเลย
ไม่เฉพาะสิ่งของเท่านั้น สังคมไทยยังเลยเถิดวัดคนด้วยมูลค่ามากกว่าคุณค่า
ผมเห็นนักธุรกิจระดับใหญ่ของประเทศบางราย มีประวัติของการก่อร่างสร้างตัวที่มีมลทินไม่น้อย แต่ก็ยังเป็นคนที่สังคมยอมรับนับหน้าถือตา เพียงเพราะว่าบัดนี้ เขาร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆของประเทศ มูลค่าของเขาสูงส่ง จนเลยไปถึงใช้มันวัดคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ขอโทษที มันง่ายเกินไป
ยกตัวอย่างชัดเจนอีกตัวอย่างเป็นไร สมมติว่าคุณถือกระเป๋ามา พอมีคนมาทัก ส่วนใหญ่มักจะถามว่าราคามันเท่าไรก่อน หากราคาแพงระยับมันก็เฉิดหน้าชูตาของผู้ถือเสียเต็มประดา ดูเก๋มีสไตส์ กลายเป็นคนอีกชนชั้นหนึ่งของสังคม แต่หากถือประเภทไทยทำ ไทยใช้ละก็ ราคาของผู้ถือก็ตกวูบตามไปด้วย
ด้วยเหตุฉะนี้ มีหลายคนขายตัวแลกกระเป๋า อย่างไม่อาย เพียงเพราะถ้ามีกระเป๋าแพงๆถือ ความเป็นมนุษย์มันก็สูงตามไปด้วย เอ้อ เอาเข้าไป ง่ายจังฮู้
มันโทษใครไม่ได้หรอกเรื่องแบบนี้ เพราะว่ามันลามไปทั้งสังคมแล้ว เดี่ยวนี้อาชีพที่เคยทรงคุณค่า อย่างครูบา อาจารย์ กลับถูกดูถูกเป็นพวกไม่มีทางทำมาหากินอย่างอื่น เพียงเพราะว่า ราคาค่าตอบแทนที่ได้รับมันต่ำติดดินปานนั้น
โน้น...มันต้องร่ำต้องรวยเป็นนักธุรกิจ คุณค่ามันถึงจะเพิ่มเผื่อว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีกับเขาบ้าง...
เอ๊ะ...หรือว่าถึงเวลาแล้วที่จะนิยามคำว่าคุณค่าใหม่ ว่ามันเท่ากับคำว่ามูลค่านั้นเอง เอวังละทีนี้

1 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ก็เห็นด้วยกับความคิดเห็น..
แต่สังคมปัจจุบันเป็นแบบนี้ไปแล้ว ครับท่าน

มีเรื่องชวนขนลุกมาฝากค่ะ บรื๋อออ...

มีเรื่องชวนขนลุกมาฝากค่ะ บรื๋อออ...
คลิ๊กที่ข้อความเพื่อดูภาพจะๆ

ทีมอัพเดตบล็อก